Fiction

<<Katekyo Hitman Reborn! fanfic>>

Yamamoto x Hibari

**********************

Day01

**********************

6.30 น.

แสงแดดอ่อนๆส่องตรงเข้ามาผ่านหน้าต่าง กระทบเข้ากับเปลือกตาของหนุ่มน้อยผมดำ ทำให้เจ้าตัวต้องตื่นขึ้นอย่างไม่เต็มใจนัก

เช้าแล้วสินะ... ร่างบางค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นจากเตียงก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างไม่รีบร้อนอะไร

6.45 น.

หลังอาหารมื้อเช้า จานข้าวที่ว่างเปล่าถูกวางลงในอ่างล้างจานท้ายครัวอย่างเบามือ เด็กหนุ่มล้างจานจนสะอาดใสก่อนจะเช็ดมือด้วยผ้าขาวที่แขวนอยู่ข้างๆ มือทั้ง2ที่แห้งสนิทบรรจงจัดเครื่องแบบนักเรียนจนเรียบร้อยทุกกระเบียด สายตาคมทอดมองไปยังกระจกเพื่อสังเกตว่าเสื้อกักคุรันของเขาถูกระเบียบดี จึงสาวเท้าออกจากบ้านไปอย่างใจเย็น

7.00 น.

ประตูห้องรับแขกโรงเรียนนามิโมริถูกเปิดออก ก่อนจะนำพาร่างของเด็กหนุ่มเข้าห้องมาอย่างสงบ เขาเดินไปที่โต๊ะทำงาน นั่งลง และเริ่มหยิบเอกสารต่างๆที่กองเต็มโต๊ะมาตรวจดูตามหน้าที่ หัวหน้าคณะกรรมการรักษาระเบียบ ด้วยสีหน้าที่เบื่อหน่าย...

ตื่นแต่เช้า.....มาโรงเรียนแต่เช้า......นั่งทำงานแต่เช้า.....เรียนหนังสือ....แล้วก็นั่งทำงานอยู่อย่างนั้นจนเย็น ซ้ำซาก...จำเจ...วันๆหนึ่งในชีวิตของเขาช่างผ่านไปอย่างไร้ค่าเสียจริง ...

วิ่งเลย!ยามาโมโตะ!! เก็บโฮมเพลทให้ได้เลยนะ!! เสียงตะโกนดังลั่นจากสนามด้านล่าง ทำให้เด็กหนุ่มหลุดจากภวังค์ก่อนจะมองลงไปยังต้นเสียงเมื่อครู่

ณ.กลางสนามโรงเรียนนั้น นักเรียนม.2สิบกว่าคนนั้น กำลังขะมักเขม้นกับการซ้อมเบสบอลเนื่องจากฤดูแห่งการแข่งขันที่กำลังกระชั้นเข้ามา...

..นี่...ชมรมเบสบอลโรงเรียนเรา...มาซ้อมกันแต่เช้าขนาดนี้เชียวหรือนี่? สายตาของเขาทอดมองไปกลางสนามด้วยความแปลกใจ ก่อนที่จะไปสะดุดตาอยู่ที่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง

เยี่ยมเลยยามาโมโตะ! ถ้ามีนายอยู่กับเรา นามิโมริต้องเข้าถึงรอบชิงได้แน่ๆ!!

ฮ่าๆๆ...เพราะทุกคนต่างหากล่ะ ฉันมันก็แค่ส่วนหนึ่งของทีม ไม่ใช่อะไรที่สำคัญขนาดนั้น...ถ้าไม่มีพวกเรา ก็คงไปไม่รอดหรอก

รอยยิ้มที่ราวกับแสงอาทิตย์อบอุ่นของSทีมนามิโมรินั้น ทำเอาใบหน้าของกรรมการรักษาระเบียบแดงก่ำ เขาเดินก้าวเข้าไปใกล้หน้าต่างโดยหวังว่าจะได้ยินบทสนทนาของกลุ่มนักกีฬาชัดขึ้นบ้าง แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม...

นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยจ้องมองไปที่ยามาโมโตะอย่างไม่กระพริบ ใบหน้าคมคายหล่อเหลา ดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยและผมดำสนิทช่างเหมาะกับผิวเกรียมแดดนิดๆเหลือเกิน รอยยิ้มและน้ำเสียงอบอุ่นเป็นกันเอง ร่างกายของนักกีฬาสมส่วนที่ชุ่มเหงื่อดูเซ็กซี่เสียจนแค่เพียงมองก็ใจสั่น สำหรับคนอย่างนั้นแล้ว...คงมีสาวๆมากหน้าหลายตารุมล้อม นิสัยแบบนี้ก็คงมีเพื่อนมากมาย จะเรียกว่าเป็นคนที่น่าอิจฉาก็ว่าได้...

ตัวเขาเอง...ก็อยากที่จะอยู่ในโลกแบบนั้นบ้างเหมือนกัน ไม่ได้เกิดมาเพียงเพื่ออยู่ในโลกที่น่าเบื่อนี่คนเดียวซะหน่อย....เขาเองก็อยากมีเพื่อน หัวเราะสนุก คุยกันถึงเรื่องต่างๆได้บ้าง อยากมีเพื่อนกลับบ้านด้วยกัน ถามถึงเรื่องมื้อเย็นเมื่อวาน หรือชวนกันไปเที่ยวในวันหยุด...

ราวกับคำถามต่างๆจะประดังเข้ามา เพราะอะไรกัน...ความต่างกันนี่คืออะไร....หรือ..จะเป็นเพราะว่าตัวเขาที่เอาแต่นั่งคุดคู้อยู่ในห้องกรรมการบ้าๆนี่ ทำงานทั้งวัน...นั่นสินะ แล้วจะหาเวลาที่ไหนไปอยู่กับคนอื่นๆล่ะ ...พอเหอะ เลิกเหอะ ไม่เห็นว่าเป็นต่อแล้วจะมีอะไรเลย ยิ่งใหญ่ไปก็เท่านั้น พาลแต่จะทำให้ทุกคนยิ่งถอยห่างเขาไป ..แต่ถ้าเลิก...แล้วจะทำยังไงดี คนที่มีชื่อเสียงน่ากลัวอย่างเขา จะไปที่ไหนก็คงมีแต่คนผลักไส หวาดกลัว ถึงจะมีคนรับในตัวของเขาได้ เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไง ก็อยู่คนเดียวมาเสมอนี่นา...

.....

..........

..จริงสิ....ถ้าเป็นวิธีนั้นล่ะ??

นัยน์ตาฟ้ามองผ่านหน้าต่างไปที่กลางสนามอีกครั้ง....

ไม่มีทางหรอก...มันจะสำเร็จได้ไง...เรื่องบ้าๆแบบนี้คงไม่มีทางเกิดขึ้นอยู่แล้วล่ะ เสียงหัวเราะชืดๆลอดออกมาจากปากของฮิบาริ... ความมืดค่อยๆปกคลุมห้องอีกครั้ง ก่อนที่ประโยคหนึ่งจะหลุดออกมาจากปากของเด็กหนุ่มผมดำคนนั้น

...ก็ดีกว่าไม่ทำอะไร...ลองพยายามเปลี่ยนดู ..ไม่แน่ว่าฉัน...อาจจะหนีออกจากกรงนี่ได้ก็เป็นได้นะ

...มือขวายกขึ้นกลัดเข็มกลัดที่แขนเสื้อซ้ายออก ก่อนจะถอดป้ายกรรมการรักษาระเบียบวางทิ้งไว้บนโต๊ะแล้วเดินออกจากห้องไป...

.......

ใช้ไม่ได้ๆ! ตีลูกแบบนี้ถึงเวลาแข่งจริงก็ถูกจับทางออกหมดสิ!! ทาเคชิ...นายมาตีให้พวกมือตีฝีมืออ่อนพวกนี้เห็นซิว่ามือตีจริงๆเขาต้องตีกันแบบไหน! เสียงบ่นของกัปตันทีมดังระงม เมื่อการฝึกซ้อมไม่เป็นไปอย่างที่คิดไว้ ทำให้มือตีได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ แล้วให้ยามาโมโตะออกมาแสดงฝีมือของSทีมให้เห็น

เอ้า...ดูให้ดีนะทุกคน... ฮิคารุ ขว้างลูกเลย!

สิ้นเสียงคำสั่ง ลูกเบสบอลก็พุ่งเข้าหายามาโมโตะด้วยความเร็ว สายตาจับจ้องที่ลูกเบสบอลที่พุ่งตรงเข้ามา มือทั้ง2กำไม้เบสบอลแน่น ก่อนจะหวดไม้แหวกอากาศตามที่เคยฝึกซ้อมอยู่ทุกๆครั้ง และ...

-------เปรี้ยง-------

ลูกกระทบเข้ากับไม้อย่างจัง ก่อนจะลอยกลับไปด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม สมาชิกทีมต่างจ้องยามาโมโตะตาค้างด้วยความตกตะลึง

โหยยย...อะไรจะตาดีแรงดีปานนั้น ..จะวิ่งไปเก็บทันมั้ยเนี่ย?

เอาล่ะทุกคน..ฝึกให้ได้อย่างทาเคชิเขานะ รับรองว่ารอบชิงไม่ใช่ฝันแน่...อ้าว เฮ้ย!!ระวังงงง!!!

ทางที่ลูกบอลพุ่งไปนั้น ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มในชุดเบสบอลนามิโมริ ผิวขาวเนียนราวกับไม่เคยได้ตากแดดตากฝน ร่างบางที่ดูไม่มีกำลัง พร้อมกับสวมหมวกแก๊ปปิดทับผมดำยุ่งข้างใต้ เดินเข้ามาขวางไว้พอดี ถ้าโดนลูกบอลกระแทกเข้า แม้จะไม่ถึงกับอันตรายอะไรมากมาย แต่ก็คงถึงกับสลบได้เลยทีเดียว..

นายคนนั้นน่ะ หลบ!!

---- ปับ -----

..อะ บอลนี่...ของชมรมเบสบอลสินะฮะ..

เด็กหนุ่มรีบวิ่งเข้ามายื่นบอลให้กับกัปตันทีม สมาชิกทีมเบสบอล โดยเฉพาะกัปตันถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มที่ดูไร้เรี่ยวแรงคนข้างหน้ากลับหยุดบอลที่พุ่งไปด้วยความเร็วนั้นด้วยมือเปล่า นอกจากสายตาดีแล้วยังต้องมีกำลังมากอีกด้วย หมอนี่มัน...ใครกัน..

..นายเป็นใครกัน..ทำไมถึงไม่คุ้นหน้าเลย สมาชิกทีมเราหรอ

สายตาของกัปตันทำให้เด็กหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นตกใจ ก่อนจะรีบตอบมาอย่างตะกุกตะกัก

อ...ขอโทษ ผมถือวิสาสะเข้าห้องชมรมไปเอาชุดมาใส่น่ะ คงไม่โกรธใช่ไหม...ผมชื่ออาซากุระ เคียวยะ อยู่ม.2 หยุดเรียนไปปีนึงเพราะว่าไม่ค่อยสบายน่ะ แต่ผมชอบเล่นเบสบอลมากนะ ถึงผมจะเป็นคนป่วยออดๆแอดๆ แต่ก็คงจะเป็นพลังให้กับทีมได้ ...ให้ผมเข้าทีมเบสบอลของโรงเรียนคุณด้วยจะได้ไหม?

..โกหกอะไรไร้สาระชะมัด...

....แค่ใส่หมวก จะจำหน้าไม่ได้ได้ไง ไม่ใช่เด็กประถมแล้วนะเฟ้ย...

...โธ่เอ๊ย ไม่น่าคิดอะไรบ้าๆแบบนี้ตั้งแต่แรก ทีนี้ชื่อของฮิบาริ เคียวยะได้ถูกเอาไปล้อกันสนุกปากแน่แล้ว

อ่ะ...

ฮิบาริสะดุ้งเมื่อมือทั้ง2ของเขาถูกเขย่าอย่างแรง ภาพตรงหน้าของเขานั้น เป็นภาพของกัปตันทีมที่กำลังจับมือยอมรับข้อเสนอของฮิบาริด้วยความปลื้มปิติ..

ทางเราต่างหากที่ต้องขอร้องให้นายช่วยเป็นพลังให้กับทีมเราที เคียวยะ!!! ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีคนที่มีพรสวรรค์ขนาดนี้มาขอเข้าทีมเราด้วยตัวเองด้วย! ถ้ามีนายกับทาเคชิอยู่ล่ะก็...ทีมเราจะต้องชนะเลิศอย่างแน่นอน!! ฉันขอเอาหัวเป็นประกันเลย

ฮิบาริถึงกับตาค้าง ขณะที่กัปตันและสมาชิกทีมคนอื่นๆกำลังโห่ร้องยินดีกับการได้สมาชิกฝีมือดีอีกหนึ่งมาร่วมทีมนั้น เขาเองก็ได้แต่คิดในใจว่า มาตรฐานของเด็กโรงเรียนนี้มันต่ำแค่ไหนนะ โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วถึงยังดูไม่ออกว่าเขาที่ใส่หมวกนั้นคือคนๆเดียวกับที่ทุกคนแทบจะปรายตาหนี ไม่กล้าสบตา แต่ก็ดีแล้วแหละ...เพราะถ้าดูออก เขาเองคงไม่ได้รับการต้อนรับอย่างนี้หรอก...

ยินดีต้อนรับเข้าทีมของเรานะ เคียวยะ...ฉันชื่อยามาโมโตะ ทาเคชิ....มาพยายามเพื่อแชมป์เขตกันเถอะ

มือซ้ายที่ยืนมาตรงหน้าเขา ทำให้ฮิบาริต้องรีบยื่นมือซ้ายกลับไปจับมือทักทายกับคนที่เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้จัก ความรู้สึกในตอนนี้...ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี ตื้นตันหรือ?ปลาบปลื้มหรือ?ตื่นเต้นหรือ?? เป็นอะไรที่บรรยายไม่ถูกจริงๆ มันเป็นอะไรที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ราวกับทุกอย่างมันอัดแน่น...ถ้าให้เขียนบรรยายความรู้สึกพวกนี้ล่ะก็ คงเขียนเล่าได้เป็นเล่มๆแน่

...แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม...

ฮิบาริ เคียวยะ ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมเบสบอลนามิโมริในฐานะของเด็กม.2 ที่ชื่อ อาซากุระ เคียวยะ เรียบร้อยแล้ว

****************************************************

อะโจ๊วววววววว~~จบตอนแรก...เฮ้อ~ ( อายม้วน)

ฟิกเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกในบลอคเลยขะรับที่หมึกกล้วยแต่งเอง ปราศจากการดูแลประคับประคองของสามี(ตอนนี้คุณสามีกะลังวุ่นๆกะการแต่งฟิกอยู่เช่นกันเจ้ามะฮ่ะ) ทีนี้ทุกคนจะได้เห็นความเลวร้ายของยัยเด็กที่ควรถูกไสหัวออกจากประเทศได้แล้ว พิมผิดเยอะ ใช้คำผิดความหมายก้อเยอะ ไม่มีใครคอยแก้ให้แล้วล่ะ(หมึกยักษ์ สามีผู้เป็นที่รัก หากเธอได้อ่านตรงนี้ล่ะก้อ เจอคำที่ผิดช่วยแก้ให้ภรรเมียสุดเลิฟทีสิจ๊ะ เบ่เบ๋~~) เรื่องการใช้ภาษาและคำแบบผิดๆนี่ก็ต้องขออภัยมาณ.ที่นี้เลยคับ ใครไม่ชอบคู่ยามะ*ฮิบะก็ขอโทดด้วยเน้อ-*- ถ้ามีอะไรขัดข้องประการใดเม้นติๆได้เยย~จะทำการปรับปรุงรุนแรง~~!!!></ ยังไงก็ขอฝากฟิกเรื่องนี้ไว้ด้วยเน้อ (ฟิกบ้าไรฟะ มาฟงมาฝาก...ชื่อเรื่องยังไม่มีเลย=w= เหอๆๆ)

อาดิโอส~ หมึกกล้วย


edit @ 2007/06/15 21:07:51

I will stay with you[and for you] {D-no x Hiba}

posted on 16 May 2007 20:15 by tako-ika  in Fiction

..........= ="...................ไม่รู้ว่าเพราะอะไร...แต่ลางสังหรณ์มันบอกว่า "ตูข้าไม่มีเวลาวาดรูปแต๊งค์งานคอมิคค่อนแหงๆเลย....."ก็ช่วงนี้ยุ่งมากๆ เปิดเทอมแล้วด้วย.........เพราะงั้น................หมึกก็เลยเปลี่ยนมาแต๊งค์ด้วยฟิคD-no x Hiba แทน.....ไม่เป็นไรใช่มั้ยกั๊บ? อะแหะ >w< (มีคนวิ่งมาตบหัว "อะแหะ อะไรของแก??")TTATT งือ~~~

ก็ต้องขอโทษคุณ <<:: koyu Chan ::>> ด้วยนะครับ ทั้งๆที่เคยขอให้เป็นฮิบาริชอบดีโน่ แต่คราวนี้ก็ยังเป็นดีโน่ชอบฮิบาริก่อนอยู่ดี พอดีอันนี้มันเป็นพล็อตเก่านะครับ แต่งเอาไว้ประมาณ......ครึ่งปีก่อน....(จำได้ว่านั่งเขียนอยู่ในห้องเรียน =w= ) เอาเป็นว่า เดี๋ยวผมจะพยายามปิ๊งพล็อตให้ฮิบาริชอบดีโน่แล้วค่อยเอามาพิมพ์ทีหลังแล้วกันนะครับ (ก็ต้องภาวนาให้ตัวเองปิ๊งเนื้อเรื่องให้ได้ล่ะน้า~)

เอาเป็นว่า..........ก็ขอลงเลยแล้วกันนะครับกับฟิครีบอร์นอันนี้ (ออ อันนี้เป็นฟิคสั้นนะครับ เพราะตอนแรกวางไว้เพราะกะทำเป็นโด เลยไม่ได้วางพล็อตยาวเท่าไรนัก จากที่จะเป็นโดก็กลายมาเป็นฟิคเสียได้= ="a) ถ้าพิมพ์พิดตรงไหนก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ!!!>.<

.

.

.

ถ้าเธอเลือกที่จะกระทำความผิดที่ร้ายแรงที่สุดลงไป

ชั้นจะไม่โทษเธอที่เลือกที่จะกระทำสิ่งนั้น.............แต่ชั้นจะโทษตัวชั้นเองที่ไม่ห้ามเธอ

ถ้าเธอหลงใหลในความแข็งแกร่งและเลือกที่จะต่อสู้

ชั้นจะไม่โทษเธอที่เลือกที่จะต่อสู้.................แต่ชั้นจะโทษคนๆนั้น คนที่เริ่มการต่อสู้นี้ขึ้น

ถ้าเธอได้ทำอะไรที่ผู้คนไม่อาจยกโทษให้เธอได้ลงไป

ชั้นจะไม่โทษเธอที่ทำผิดพลาด..............แต่ชั้นจะโทษคนเหล่านั้นที่ไม่ยกโทษให้เธอ

ถ้าเธอต้องถูกคนทั้งโลกประณามและต่อว่า

ชั้นจะไม่โกรธที่เธอจะยืนหยัดต่อสิ่งนั้นไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร...........แต่ชั้นจะโทษพวกเขาที่ต่อว่าเธอ

และชั้นก็พร้อมที่จะถูกประณามไปพร้อมๆกับเธอด้วย............

................แม้สิ่งที่เธอทำมันจะผิดในสายตาของคนอื่น................แต่มันคือความถูกต้องในสายตาของชั้น

...............แม้เธอจะเปรียบเสมือนสีดำของโลกใบนี้..........แต่เธอจะเป็นสีขาวสำหรับชั้น

........................ตราบใดที่บนโลกใบนี้ไม่มีใครเข้าใจเธอ........................................

................................ชั้นนี่แหล่ะ....ที่จะขอเป็นคนเพียงคนเดียวที่เข้าใจเธอ........................

................................................................................................................................

........................ชั้นผิดหรือไง?....................ที่จะเลือกเธอมากกว่าคนทั้งโลก............................

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

นี่ เคียวยะ นายเห็นร้านเค้กเปิดใหม่ที่หน้าสถานีหรือยัง? ร้านนั้นชั้นไปมาแล้วล่ะ อร่อยมากเลยนะ ทั้งเค้ก ทั้งชาเลย ไว้เราไปด้วยกันไหม?ชายหนุ่มผมทองอารมณ์ดีกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง ดวงตาคมมองไปที่เด็กหนุ่มหัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบที่ตอนนี้เอาแต่อ่านเอกสารในมือโดยแทบจะทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนเลยทีเดียว แต่ตัวเขาเองก็ไม่คิดจะยอมแพ้กับท่าทีเย็นชาของร่างนั้นเลย บทสนทนาใหม่ถูกเริ่มขึ้นต่อแทบจะในทันที

จริงสิๆ ได้ยินว่าที่สวนสนุกของที่นี่มีมาสคอตหน้าตาน่ารักมากๆ ชื่อว่า นุ๊กกี้เมาส์ ล่ะ นายรู้ไหมหรอว่ามันหน้าตายังไง? ไว้ไปดูด้วยกันไหม?

..........เงียบ ยังไร้ซึ่งคำตอบรับกลับจากหัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบม.นามิโมริที่ยังคงตั้งท่าจดจ่ออยู่กับเอกสารในมือแผ่นใหม่ที่เพิ่งหยิบขึ้นมา

ดีโน่ถอนหายใจเบาๆกับความเฉยชาที่อีกฝ่ายมีให้ ปากก็เตรียมจะเริ่มบทสนทนาใหม่ แต่เขาก็ต้องชะงักลงเมื่อคนที่ปิดปากเงียบมาตลอดตั้งแต่ที่เขาเข้ามาในห้องนี้พูดขัดขึ้นเสียก่อน

ถ้าจะมาเพื่อพล่ามเรื่องไร้สาระพรรค์นี้ล่ะก็....ไปให้พ้นเลย ผมไม่ว่างที่จะมาคุยด้วยหรอกนะน้ำเสียงนั้นเจือความหงุดหงิดอยู่เล็กน้อย แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้คนฟังรู้ได้ว่าเจ้าตัวกำลังไม่พอใจ

อะไรกันๆ? แค่ฟังชั้นพูด ชั้นว่ามันคงไม่กระทบอะไรกับงานของนายหรอกน่า~...ฮ่าๆๆดีโน่พูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะร่า ดวงตาสีน้ำตาลหรี่ลงมองเด็กหนุ่ม รอยยิ้มแสนซื่อฉีกกว้างขึ้น .....จริงไหม? พ่อกรรมการรักษาระเบียบคนเก่ง

นัยน์ตาสีดำสนิทเบนออกจากตัวหนังสือที่เรียงรายอยู่บนหน้ากระดาษและเหลือบมองมาที่ชายหนุ่มที่ยังคงนั่งเอกเขนกอย่างสบายอารมณ์อยู่บนโซฟาโดยไม่ได้สนใจเลยว่าน้ำเสียงและคำพูดที่ดูเหมือนจะพยายามหยอกล้ออีกฝ่ายนั้นทำให้คนฟังรู้สึกขุ่นเคืองไม่น้อย

ฮิบาริวางเอกสารในมือลงไปรวมกับเอกสารอื่นๆที่ตนได้อ่านเสร็จเรียบร้อยแล้ว มืออีกข้างก็หยิบเอกสารชุดใหม่ที่วางอยู่ใกล้ๆขึ้นมาดูต่อ

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูจะไม่สนตนแล้ว ชายร่างสูงก็ลุกขึ้นจากโซฟา เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะของหัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบ ชั้นอุตส่าห์ชมว่านายเก่ง.....ไม่ดีใจหรือไง?

ฟึ่บ!

ทอนฟาคู่ใจถูกยกขึ้นจ่อคอของคนปากดี แต่ดูท่าคนปากดีที่ว่าก็หาได้รู้สึกรู้สากับการที่มีกระบองแขนมาจ่อเตรียมป่นกระดูกของตนซักเท่าไรนัก

หุบปากไปซะ ไม่งั้นผมฆ่าเธอทิ้งแน่น้ำคำเหี้ยมดังออกจากปากของเด็กหนุ่มผมดำ ดวงตาสื่อความไม่พอใจที่ใกล้จะถึงขีดสุด

ชายหนุ่มผู้ถูกข่มขู่ยังยืนยิ้มแม้ว่ารอยยิ้มนั้นจะดูเจื่อนนิดๆ เขาถอนหายใจเบาๆ สายตามองไปที่ร่างที่เล็กกว่าที่ตอนนี้กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวด

เคียวยะ.....เอาแต่ทำอย่างนี้ เดี๋ยวก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้หรอก............อย่างนั้นน่ะ ไม่เหงาหรือไงกัน?น้ำเสียงที่อ่อนลง บ่งบอกถึงความห่วงใย แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่หัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบแห่งม.นามิโมริ ฮิบาริ เคียวยะคนนี้จะสามารถทำความเข้าใจได้ และนอกจากจะไม่เข้าใจแล้ว ท่าทางอย่างนั้นของอีกฝ่ายกลับทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนว่าคู่สนทนาเห็นว่าตนอ่อนแอ นั่นจึงยิ่งเพิ่มความไม่พอใจของเด็กหนุ่มให้เพิ่มขึ้นไปอีก

อ๊ะ! อ้าว?? เคียวยะ เดี๋ยวสิ จะไปไหนน่ะ??ดีโน่ถามขึ้นพร้อมกับรีบสาวเท้าก้าวตามฮิบาริที่เดินกระฟัดกระเฟียดออกจากห้องรับแขกไป

จะไปไหนน่.......

ไม่ต้องตามมา!ฮิบาริขัดขึ้น โดยไม่คิดจะหันกลับมามองคนที่เดินตามมาเลย เด็กหนุ่มเร่งฝีเท้าขึ้นเพื่อสลัดชายร่างสูงให้หลุด แต่เพราะช่วงขาที่ยาวของชายหนุ่มทำให้ชายหนุ่มสามารถตามมาได้ติดๆ

จะตามมาทำไมนะ!?

อดไม่ได้ที่จะนึกหงุดหงิดกับการกระทำของคนที่เดินตามหลังมา ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หลายครั้งที่ทุกการกระทำของชายคนนี้จะป่วนอารมณ์ของเขาจนอดไม่ได้ที่จะหงุดหงิดตนเองที่ไปสนใจเรื่องไร้สาระพวกนั้น ...........แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยห้ามใจตนเองไม่ให้สนใจคนๆนี้ได้ซักที..............

พลั่ก!

เสียงเหมือนร่างของใครบางคนล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นเรียกชายตาของคนทั้งสองให้หันไป ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของพวกเขาคือเด็กนามิโมริคนหนึ่งที่กำลังนอนขดตัวอยู่โดยมีอันธพาล3-4คนยืนล้อมไว้ เด็กหนุ่มคนนั้นมีรอยฟกช้ำอยู่ทั่วตัวบอกให้รู้ว่าเขาโดนรุมทำร้ายโดยคนที่ยืนอยู่รอบๆตัวเขาในตอนนี้

อ๊ะ..ต้องเข้าไปช่วย...ดีโน่พูดขึ้นพร้อมคว้าแส้อาวุธประจำตัวที่ซ่อนอยู่ในโค้ทออกมา ขายาวก้าวเดินหวังเข้าไปช่วยเด็กหนุ่มนิรนามที่กำลังลำบาก แต่เขาดูจะช้าไปเพราะเด็กหนุ่มผมดำที่เขาเดินตามมานั้นไปถึงตัวอันธพาลเหล่านั้นก่อนเสียแล้ว

ผลั้วะ!!!

เสียงของทอนฟาที่ฟาดกระทบไปที่ใบหน้าและตามตัวของอันธพาลกลุ่มนั้นดังขึ้น ก่อนจะตามมาอีกสารพัดเสียงที่ไม่ต่างกันนัก และหลังจากนั้นอันธพาลที่เคยยืนยิ้ม ตอนนี้กลับลงไปกองในสภาพที่น่าอนาถยิ่งกว่าคนที่ตนเองทำร้ายหลายเท่าตัวนัก

อะ....เอ่อ....เคียวยะ??ดีโน่ลองเชิงเรียกชื่ออีกฝ่ายดู เขาไม่แน่ใจนักว่าตอนนี้ตัวเขาควรเข้าไปใกล้เด็กคนนี้ไหม? ยิ่งตอนนี้ไม่มีลูกน้องอยู่ด้วย หากสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปใกล้ เกรงว่าเขาจะได้กลายเป็นศพต่อไปทั้งๆไม่ต้องการเป็นแน่ แต่เจ้าของชื่อนั้นหาได้ใส่ใจต่อเสียงเรียกของเขาเลยแม้แต่น้อย ปลายหางตาของเด็กหนุ่มเหลือบมองร่างที่ดูจะบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย(เล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับซากที่นอนผึ่งแดดอยู่รอบๆ) ริมฝีปากบางเปิดขึ้นบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวกำลังจะพูดอะไร แต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายที่ยังนั่งอยู่ที่พื้นนั้นไวกว่า

ขอโทษคร้าบบบบบบบปากว่าพร้อมๆกับที่รีบยันตัวขึ้นยืนแล้ววิ่งเต็มเหยียดจนหายไปจากสายตาของเด็กหนุ่มกรรมการรักษาระเบียบในชั่วพริบตาเดียว

ฮิบาริมองตามหลังของเด็กหนุ่มคนที่เขาเพิ่งช่วยเอาไว้ด้วยสายตาว่างเปล่า มองไปแม้จะรู้ว่าคนที่ว่านั้นวิ่งหายไปจากการมองเห็นของเขาแล้ว ปากที่เตรียมจะเอ่ยถามว่า [เป็นอะไรไหม?] ปิดลงอย่างช้าๆ ร่างบางสะบัดหน้าเบาๆ ...........ไม่สบอารมณ์เลย..............

ขาที่หยุดยืนนิ่งเริ่มสาวก้าวต่ออย่างรวดเร็ว ในขณะที่คนที่เดินตามมาก็ยังคงเดินตามต่อโดยไม่พูดอะไร และคนโดนตามเองก็ไม่คิดจะหันไปว่ากล่าวอะไร เด็กหนุ่มค่อยๆผ่อนความเร็วลง ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปในสวนสาธารณะ เนื่องด้วยเวลานี้ยังเป็นเวลาที่ผู้คนต่างก็ยังต้องทำตามหน้าที่ของตน ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆที่กำลังเรียนหนังสือกันอยู่ หรือชายหญิงวัยหนุ่มสาวที่ต้องทำงาน นั่นทำให้สวนสาธารณะในยามนี้แทบจะไม่มีคนมาเดินเลย จะมีก็เพียงคนแก่ หรือแม่บ้านไม่กี่คนมาเดินพักผ่อนหย่อนใจ

เจ้าของเรือนผมสีดำสนิทเลือกที่จะนั่งลงที่รั้วอิฐเตี้ยๆที่สร้างขึ้นเพื่อกั้นส่วนที่เป็นพื้นหญ้าออกจากพื้นคอนกรีตที่เป็นทางเดิน เด็กหนุ่มนั่งลงก้มหน้าก้มตาไม่พูดอะไร ไม่แม้แต่จะสนใจชายหนุ่มร่างสูงที่เดินตามเขาไม่เลิกซักที

ดีโน่มองไปที่คนที่นั่งนิ่งไม่วางตา ไม่รู้ว่าเขารู้สึกไปเองหรือเปล่า? แต่ในตอนนี้ เด็กหนุ่มคนตรงหน้าเขานี้ดูหม่นหมองเหลือเกิน มันแลดูผิดไปจากทุกทีจนเขาอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่หากเขาพูดอะไรที่แสดงท่าทีเป็นห่วงมากจนเกินไป เขาก็เกรงว่านั่นจะทำให้เด็กหนุ่มผมดำอารมณ์เสียเปล่าๆ ...........อยากจะปลอบ....แต่ก็ไม่อยากให้ต้องขุ่นใจมากไปกว่านี้.................แต่ถึงกระนั้น.....เขาก็ไม่รู้ว่าเขาควรจะพูดออกไปอย่างไร?.....................

ก็บอกแล้วไงว่าทำตัวอย่างนั้น เดี๋ยวก็ไม่มีใครกล้ายุ่งด้วย?คงเสียเวลาเปล่าที่จะมานั่งคิดนู่นคิดนี่ให้วุ่นวาย ในเวลานี้ เขาก็คงได้แต่ต้องทำไปตามนิสัยของตนเองเท่านั้น ....อย่างน้อยมันก็น่าจะดีกว่าปล่อยไปอย่างนี้..........

หุบปากไปซะ....เสียงที่เงียบไปนานดังขึ้นเบาๆ เสียงที่ดูห่างเหินและไร้เยื่อใย แต่เสียงนั้นกลับสั่นเครือนิดๆ

เสียใจหรือ?คำถามที่ดังขึ้น ทำเอาเด็กหนุ่มพูดอะไรไม่ออก ไม่ใช่ไม่พอใจ แต่ตอนนี้ตัวเขากลับรู้สึกเหมือนคำถามนั้นมัน.....แทงใจ............

............................เสียใจ...........................

ถ้านายไม่พูดอะไรออกไป ก็ไม่มีใครเข้าใจหรอกนะ....ฮิบาริยังไม่ตอบอะไรกลับมา คำพูดของอีกฝ่ายยิ่งทำให้เขาจนในคำพูด

.....................ก็แล้วเคยมีใครเข้าใจล่ะ??......................

แต่ชั้นเข้าใจนะราวกับรู้ทันความคิด คำพูดถัดมาจึงแทบจะเป็นคำตอบของคำถามในใจของเด็กหนุ่มได้เลย แต่ตัวเขาจะเชื่อได้จริงๆหรอ? กับคำพูดที่อาจจะแค่บังเอิญหลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มในเวลาที่นี้เท่านั้น ดีโน่ยังคงมองไปที่ร่างบางที่ยังคงนั่งเงียบไม่ยอมปริปากพูดอะไรตอบกลับมา ....แค่ชั้นคนเดียวไม่พอหรือ?....

ทั้งคู่ต่างก็นิ่งไปหลังจากที่ประโยคนี้ดังขึ้นมา ฝ่ายหนึ่งรอคำตอบ ในขณะที่อีกฝ่ายก็กำลังชั่งใจในคำถาม ฮิบารินิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ และนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มต้องเป็นฝ่ายยืนนิ่งบ้าง ..............ไม่พอ...อย่างนั้นสินะ....

อย่างงั้นหรือ?...น้ำเสียงที่ดังขึ้นต่อฟังดูหงอยไปถนัดตา ชายหนุ่มพยายามฝืนยิ้มรับคำตอบที่ได้รับ แม้จะไม่อยากนัก

...เปล่า.....เสียงของฮิบาริดังแว่วขึ้นมาเบาๆ แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้ดีโน่ต้องมองไปที่เขาด้วยสายตาประหลาดใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดีใจ ...........เปล่า.......ไม่ใช่ว่าคนเดียวไม่พอ...........แค่เขาคนเดียวก็ได้สินะ??............

รอยยิ้มที่ดูฝืนกลายมาเป็นรอยยิ้มอย่างทุกทีในพริบตา น้ำเสียงร่าเริงแบบทุกทีดังขึ้น งั้นขอชั้นนั่งข้างๆนะ

ฮิบาริพยักหน้ารับเบาๆเป็นคำตอบ ดีโน่เองก็รีบนั่งลงอย่างรวดเร็ว เขามองไปที่เด็กหนุ่มข้างกาย ก่อนจะเลยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ก้อนเมฆเลื่อนลอยไปตามสายลมที่พัดโชยมาเบาๆ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

.............................ถึงแม้จะไม่มีใครเข้าใจเธอ.......................

...................................................................................

.........................แต่ชั้นก็อยากให้เธอรู้....ว่าชั้นเข้าใจ...................

...........................................................................................

........................หากมันยังไม่เพียงพอกับที่เธอต้องการ....................

...................................................................................................

......................ชั้นก็จะเข้าใจเธอให้มากขึ้น........................

...............................................................................

...............มาก.....ให้เท่ากับที่เธอต้องการ.................

...................................................................

...................เธออยากจะร้องขออะไรจากชั้นก็ได้.....................

............................................................................

................ชั้นพร้อม.......ที่จะมอบสิ่งเหล่านั้นให้เธอ............

..........................................................................

...........และสิ่งตอบแทนนั้น............

.............................................................

............ชั้นจะขอเพียงที่ว่างข้างๆกายเธอ..........

......................................................

..................ให้ที่นั่นเป็นที่อยู่ของชั้น...........

...........................................................

..............เพราะชั้นอยากจะอยู่เคียงข้างๆเธอมากกว่าใคร.............

............................................................................

.................................................

.........................

..........

End

จบแล้ว......สั้นจริงๆด้วย แต่กว่าจะแต่งจบก็หลายวัน(เพราะชอบอู้ =w= ) งืมๆ ยังไงก็ต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่ไปอุดหนุนที่บูธมากๆเลยะครับ ไม่ว่าจะงานไหนก็ตาม ปลาหมึกทั้งสองตัวก็จะพยายามแต่งฟิคหรือวาดรูปเอามาลงเพื่อแทนคำขอบคุณแก่ทุกท่านบ่อยๆแล้วกันนะคร้า~~บ(ว่าแล้วก็หันไปหาหมึกกล้วย แล้วเร่งให้วาดรูปมาลงบลอค ฮา เลวแล้วไงเรา)

วันนี้ปลาหมึกตัวนี้ก็คงต้องขอตัวลาไปก่อน พบกันใหม่โอกาสหน้า(คงเป็นวันเกิดของใครสักคน ฮา =w= ) สำหรับวันนี้ สวัสดีคร้าบ~!(นี่มันรายการอะไรเนี่ย??)

หมึกยักษ์


edit @ 2007/05/16 21:34:59