Fiction

Happy New Year!!!

posted on 01 Jan 2007 00:43 by tako-ika  in Fiction

มาอัพบลอคแล้วฮับ หมึกยักษ์กลับมาแล้วหลังจากที่หายไปนาน ที่มาอัพคราวนี้ก็เพือมาบอกทุกท่านด้วยว่า "สุขสันต์วีนปีใหม่คร้าบบบบบบบบบบบ"

เนื่องจากคิดว่าคงวาดรูปไม่ทันคราวนี้เลยมาอัพเป็นฟิคแทน ก็เป็นฟิควันส่งท้ายปีเก่าของ แซนซัสกับเบล ใครที่ไม่ได้อ่านซีคิดส์ก็คงไม่รู้ว่าสองคนนี้เป็นใคร ก็อ่านเอาขำๆแล้วกัน ว่าแล้วก็เริ่มกันเลยแล้วกันนะฮับ

พ่อครัว!!เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมๆกับที่ประตูห้องครัวถูกเปิด ทำเอาผู้ที่นั่งอยู่ในครัวต้องหันมาเป็นแถบ เพราะคนที่อยู่ในห้องครัวเวลานี้ก็เป็นพ่อครัวกันทั้งนั้น แต่ชายผู้มีอายุมากที่สุดซึ่งมีฐานะเป็นหัวหน้าพ่อครัวก็ลุกขึ้นและถามถึงธุระของผู้ที่วิ่งเข้ามาในห้อง มีอะไรให้รับใช้หรือครับ? ท่านเบลเฟกอล

รู้จักโซบะมั้ย??คำถามชวนประหลาดใจดังออกมาจากปากของเจ้าชายตัวกวนประจำวอริเออร์แต่หัวหน้าพ่อครัวก็ไม่ลืมที่จะตอบคำถามของคนตรงหน้า

ก็รู้จักนะครับ

งั้นสอนวิธีทำทีสิ ชั้นมีเวลาอีก 5 ชั่วโมงก่อนจะถึงเที่ยงคืน สอนให้ชั้นทำให้เสร็จก่อนจะถึงเวลานั้นนะเบลรีบสั่งราวกับว่าสิ่งที่เขาขอมันเป็นอะไรที่ทำได้ง่ายๆ แต่ถึงกระนั้นพ่อครัวผู้ทำงานมานานมากด้วยประสบการณ์ก็สามารถตบปากรับคำพร้อมกับสั่งลูกน้องของตนให้เตรียมวัตถุดิบและของที่จำเป็นทันที

ว่าแต่...ทำไมจู่ๆถึงอยากทำขึ้นมาล่ะครับ?ชายชราถามในขณะที่ลูกน้องของตนกำลังเตรียมของ เจ้าชายส่ายหัวไปมาพร้อมส่งเสียงจึ๊กจั๊กในลำคอ ไม่รู้เลยหรือไงว่าที่ญี่ปุ่นเนี่ย เค้าจะมีการกินโซบะในคืนส่งท้ายปีเก่ากัน และตอนนี้เราก็อยู่กันที่ญี่ปุ่น ชั้นก็เลยจะทำโซบะให้บอสกินยังไงล่ะพูดจบก็ผงกหัวพลางยิ้มกว้างราวกับกำลังภาคภูมิใจไปกับความคิดของตนเอง จนชายชราอดไม่ได้ที่จะนึกเอ็นดูเด็กหนุ่มคนตรงหน้า ถ้างั้นเราก็มาทำกันเลยเถอะครับ

อื้อ!

เลวี่ชายที่กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่บนเก้าอี้ตัวประจำเรียกลูกน้องที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ผู้ที่ถูกเรียกเองก็รีบหันมาขานตอบกับเสียงเรียกของเจ้านายตน

มีอะไรหรือครับบอส?

เบลอยู่ไหน?คำถามสั้นๆง่ายดังขึ้น แต่ทำเอาคนถูกถามต้องเงียบไปครู่หนึ่ง

ทำไมบอสต้องเรียกหาเจ้านั่นด้วย เจ้าคนที่เอาแต่ทำบ้าๆบอๆไหลไปเรื่อย ไม่เคยตั้งใจทำงาน......หรือว่า...บอส........จะชอบหมอนั่น!!!??

ว่าแล้วไอ้คนคิดมากก็เริ่มลงไปกลิ้งๆกับพื้น จนคนที่เห็นต้องได้แต่คิดว่า ไอ้บ้านี่มันเป็นอะไรของมัน ชั้นถามแกว่า เบลอยู่ไหน?แซนซัสถามซ้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าลูกน้องของตนไม่ยอมตอบเสียที ซ้าร้ายยังไปทำตัวเป็นผ้าขี้ริ้วถูพื้นอีกต่างหากฃเลวี่ที่ถูกถามซ้ำอีกครั้งจึงเลิกกลิ้งไปกับพื้นและหันมาตอบคำถามของเจ้านายตน ไม่เห็นครับ ตั้งแต่หมอนั่นกินข้าวเสร็จก็ไม่เห็นอีกเลยครับ

...งั้นหรอ?

.....

เลวี่...งั้นแกช่วยไปถามคนรับใช้ในคฤหาสน์ให้ที ว่ามีใครเห็นเบลบ้างมั้ย?แซนซัสหันไปสั่งเลวี่ที่ยังคงนั่งอยู่ที่พื้น เลวี่ที่ถูกสั่งเองแม้ไม่เต็มใจแต่ก็ทำตามคำสั่งของเจ้านายของตนในทันที

ไม่เห็นค่ะสาวใช้คนหนึ่งตอบ ทำให้เลวี่ต้องถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่ายเพราะนี่เป็นคนรับใช้คนที่สามสิบกว่าๆแล้วที่เขามาถามแต่คำตอบที่ได้จากคนรับใช้ทุกคนก็ตรงกันหมด นั่นคือคำตอบที่ว่า ไม่เห็น

นี่เราไปถามเอาจากเจ้ามามอนดีมั้ยนะ ให้เจ้านั่นใช้ภาพน้ำมูกหาดู น่าจะง่ายกว่าเดินหาเอานะเนี่ย...

..

...

ไม่เอามามอนตอบปฏิเสธในทันทีเมื่อถูกเลวี่ขอร้องให้ตัวเองใช้ภาพน้ำมูกหาตัวเบลที่ตัวเองเดินหาเท่าไรก็หาไม่เจอ ทำไมล่ะ? ชั้นจ่ายเงินให้ก็ได้นะ เท่าไรว่ามาสิ ชั้นต้องหาเบลให้เจอนะเพราะมันเป็นคำสั่งของบอส ชั้นไม่อยากทำให้บอสผิดหวังนะเฟ้ยเลวี่เริ่มโวยวาย แต่มามอนเองก็ยังคงยืนกรานคำเดิม

โทษทีนะเลวี่ แต่ชั้นรับเงินจากเบลมาแล้ว เพราะงั้นชั้นคงช่วยนายไม่ได้หรอก...

ท่านเบลเฟกอล...หัวหน้าพ่อครัวเรียกเด็กหนุ่มที่กำลังลวกเส้นโซบะอยู่ คนที่ถูกเรียกเองก็กำลังยุ่งจึงแค่ส่งเลียงบอกว่าตนเองได้ยินที่ถูกเรียก ชายชราจึงถามขึ้นต่อ

ท่านมาทำโซบะโดยไม่บอกใครเพราะอยากให้ท่านแซนซัสประหลาดใจสินะครับ

ใช่

แล้วถ้ามีคนกำลังหาท่านอยู่ แล้วมาที่ห้องครัวนี่...

เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกน่า ชั้นบอกคนรับใช้ในคฤหาสน์ไปแล้วว่าห้ามบอกใครเรื่องนี้ แล้วก็ห้ามไม่ให้ใครมาที่ห้องครัวด้วยเบลตอบพลางแบ่งเส้นที่ลวกเสร็จแล้วลงชาม

แล้ว...

หือ??

โซบะถ้วยเล็กนี่ของใครหรือครับ?ชายชราถามเมื่อเห็นว่าเบลมีแบ่งโซบใส่ถ้วยเล็กอีกใบหนึ่งด้วย

อ๋อ ไอ้นี่น่ะหรอ..เด็กหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกับตักลูกชิ้นและเติมน้ำซุปลงชาม ของมามอนไง เดี๋ยวฝากเอาไปให้มามอนด้วยนะ เพราะว่าชั้นจะเอาชามนี้ไปให้บอสพูดจบเบลก็ยกโซบะชามใหญ่และวิ่งออกจากห้องไป ตรงไปยังห้องของแซนซัสในทันทีโดยไม่ทันฟังคำอวยพรของชายชราที่ช่วยตนเองทำโซบะตั้งแต่ต้นยันจบ

ก็อกๆๆ

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น โดยมีเบลที่ยืนยิ้มร่าอยู่หน้าห้องด้วยความตื่นเต้นเพราะนึกถึงสีหน้าของบอสเมื่อเห็นโซบะชามนี้ที่เขาอุตส่าห์ทำเอง

นั่นใครน่ะ?คำถามดังออกมาจากภายในห้อง น้ำเสียงที่ดังขึ้นทำให้รู้ได้ในทันทีเลยว่าอารมณ์ของคนในห้องอยู่ในสภาวะไม่สู้ดีนัก ทำให้คนที่กำลังจะเข้าไปในห้องเริ่มเกิดอาการกล้าๆกลัวๆ

นี่เบลนะ ขอเข้าไปในห้องได้เปล่า?เบลตอบก่อนจะหยุดนิ่งเพื่อรอคำตอบจากคนในห้อง เสียงฝีเท้าดังขึ้น และใกล้ประตูเข้ามาทุกขณะก่อนที่ประตูจะเปิดออกพร้อมกับน้ำเสียงที่แสดงความไม่พอใจ นายหายไปไหนมา??

...

ทั้งสองคนหยุดกึก เบลที่ไม่กล้าพูดอะไรเมื่อเห็นว่าบอสของตนดูอารมณ์ไม่สู้ดีนัก กับแซนซัสที่กำลังสงสัยว่าของในมือของเบลคืออะไร

นี่มันอะไร?แซนซัสไม่เคยปล่อยให้ความสงสัยของตนอยู่นาน เค้าถามขึ้นทันที ส่วนคนถูกถามเองก็รีบยื่นของในมือของตนให้คนตรงหน้า โซบะปีใหม่ เบลทำมาให้บอสน่ะ

แซนซัสรับของที่เบลทำมาให้อย่างง่ายดายด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความฉงน นี่นายเป็นคนทำหรอ? เบลไม่ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้ารับเบาๆ

อร่อยมั้ย?เบลถามขึ้นเมื่อเห็นว่าแซนซัสกินโซบะฝีมือตนเสร็จแล้ว ก็ดี คำตอบสั้นๆดังมาทำเอากำลังใจของคนทำหดหายในบัดดล กว่าจะรู้ตัวอีกทีแซนซัสก็ยืนห่างจากตนไม่ถึงหนึ่งไม้บรรทัดแล้ว

เอ๋?? มีอะไรหรอ?บอสเบลถามขึ้นทันที ส่วนคนถูกถามก็ตอบในทันทีเหมือนกัน ชั้นแค่อยากตอบแทนนายเท่านั้นแหละ

ไม่ทันที่เบลจะได้พูดอะไรเจ้าตัวก็ถูกผลักให้ล้มลงไปนอนบนเตียงเสียแล้ว

อะ..เอ๋?? บอส..เด็กหนุ่มทักขึ้นเมื่อรู้สึกว่าท่าจะไม่ดีเสียแล้ว แต่ไม่ทันทีจะได้ลุก ไหล่บางของตนก็ถูกกดลงไปกับเตียง เหงื่อเม็ดเล็กๆเริ่มผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเจ้าชาย

ถือว่านี่เป็นของขวัญปีใหม่จากชั้นก็แล้วกันพูดจบ เสียงกรีดร้องของเบลก็ดังขึ้นในทันที โดยที่มีคนเพียงบางคนเท่านั้นที่เข้าใจถึงความหมายของเสียงนั้น

จบ

เฮ้อ ก็จบลงไปแล้วกับการอัพฟิคครั้งแรก และคาดว่าน่าจะมีครั้งถัดๆไป แต่ก็คงเป็นแบบที่แต่งเวียนกับหมึกกล้วย คนที่อ่านแล้วก็กรุณาเมนท์ไว้ให้หมึกได้ชื่นใจหน่อยก็ดีนะ ว่าแล้ววันนี้ก็คงของลาไปก่อน ไว้ช่วงใกล้ๆงานการ์ตูนก็จะมาอัพอีกทีแล้วกัน สุดท้ายนี้ ก็ขอให้ทุกคนมีความสุขกับปีใหม่นี้นะครับ สวัสดีปีหมูคร้าบ~~~

หมึกยักษ์


edit @ 2007/04/12 22:35:02

กลับมาอีกครั้งกับฟิคมหาภัยที่เป็นผลงานร่วมกันสร้างของหมึกทั้งสอง ก่อนอื่นเลย...ขอบ่นหน่อยเถอะ หมึกกล้วยนะหมึกกล้วย ชอบใช้ภาษาแปลกๆ พอจะเอามาอัพบลอคเลยต้องนั่งแก้ตาแหกเลย โอย ช่วยด้วย(ตาเปียก ตาแฉะ และตาจะปิดอยู่แล้ว!!!) คราวนี้ก็มาเป็นคู่มุคุฮิบะ เล่นไปเรื่อย ชอบนักล่ะ ไอ้ที่ไล่จับคู่ไปเรื่อยเนี่ย ก็นะ ก็มีไอ้ที่ดูแล้วน่าเสียวไส้เป็นบางส่วน แต่ก็ขอบอกเลย ไอ้ตรงไหนที่เสียวไส้ ตรงนั้นแหละที่หมึกกล้วยเป็นคนแต่ง(รีบโยนความผิดก่อนเลย) เอาล่ะ เอาเป็นว่า ก็ขอลงฟิคเลยก็แล้วกันนะครับกระผม

ก่อนที่เค้าจะได้พบกับ ซาวาดะ สึนะโยชิ ม.2ห้องA คนนั้น สำหรับผมแล้วรอบตัวผมมันช่างน่าเบื่อเหลือเกิน โลกนี้มันแคบแค่ไหนกันนะ ถึงได้หาคนเก่งไม่ได้เลยซักคน จะมองทางไหนก็ไม่มีใครที่ท่าทางเข้าตาเลย..มีแต่พวกมดปลวก

...แต่หลังจากวันนั้น ที่ห้องรับแขกของกรรมการรักษาระเบียบ รอบตัวเค้าก็เปลี่ยนไป ดูเหมือนทุกสิ่งจะดูน่าสนใจขึ้นมาหน่อยแล้วนะ โลกที่น่าเบื่อเนี่ย

ซาวาดะ สึนะโยชิ รอบตัวเด็กคนนั้นมีคนที่น่าสนใจอยู่ด้วย เจ้าคนที่ว่านั่นเป็นเด็กตัวกระเปี๊ยกเดียว เจ้าเด็กที่ชื่อ ซาวาดะนั่นที่จู่ๆก็เก่งปุบปับขึ้นมาได้ ก้อคงต้องเป็นฝีมือของเจ้าหนูนั่นแน่ๆ

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ผมก็พบกับคนประหลาดมากมาย ทั้งที่มีฝีมือ ทั้งพวกบ้าระห่ำไม่ยอมแพ้ หมอโรคจิตที่มีฝีมือ ได้รับรสชาติของความพ่ายแพ้ที่ใต้ต้นซากุระ ในที่สุดก็รู้ว่า โลกใบนี้ไม่ได้แคบ แต่โลกของผมต่างหากที่แคบ มีคนเก่งมากมายที่ผมยังไม่รู้จัก และยังไม่เคยได้สู้ด้วยกัน..

...ผม ยังฝึกมาไม่พอ

ช่วงเวลาเกือบปีที่ผ่านมา มีอะไรมากมายที่ไม่เหมือนกับเรื่องเก่าๆรอบตัวผม

..มันช่างน่าสนใจ..

และตัวผมก็คงสนุกกับมันมากเกินไป

...จนละเลยหน้าที่

ทั้งที่มีกรรมการรักษาระเบียบอย่างผมอยู่ในโรงเรียนทั้งคน ..แต่คนในโรงเรียน กลับถูกลอบทำร้ายจนบาดเจ็บหนัก ถูกหามส่งโรงพยาบาล

นี่ผมกำลังถูกลูบคมอยู่สินะ

มันเหมือนกับหลายความรู้สึกมันอัดแน่นอยู่ในอก ทั้งโมโห ทั้งโกรธแค้น ทั้งสงสัย

แต่ยังไงก็ตาม ที่ยอมไม่ได้เลยก็คือการกระทำที่มาหมิ่นผมซึ่งกรรมการรักษาระเบียบราวกับไม่เห็นหัว นี่ถ้าไม่ได้ซัดไอ้ตัวบงการนั่นซักที งานนี้คงไม่จบง่ายๆ

"ผัวะ"

"ตึง"

เสียงทอนฟากระแทกเข้ากับซี่โครง ทำเอาพวกเด็กโกคุโยถึงกับลงไปทรุดกับพื้น " เด็กโกคุโยมีดีแค่นี้หรอ? " ฮิบาริเดินผ่านร่างอาบเลือดบนพื้นไปโดยไม่คิดแม้แต่จะปรายตากลับไปมอง ตอนนี้ที่เค้าต้องการจะพบก้อคงมีแต่ตัวปัญหาเท่านั้น

"กึก"

เสียงฝีเท้าของฮิบาริหยุดลง เมื่อเดินมาจนถึงห้องใหญ่ห้องหนึ่ง สายตาของเขาจับจ้องไปที่เงาคนที่นั่งอยู่ที่โซฟาด้านในห้อง เค้าสาวฝีเท้าเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มคนนั้นยิ่งขึ้น

...หมอนี่จะเป็นยังไงนะ...

..คงไม่ต่างจากพวกมดปลวกของเราน่ะแหละ คงเพราะร่างใหญ่ใจโต เลยทำกร่าง อวดดีไม่เข้าท่า...สวะเทือกนี้ จะหวดซะไม่ให้ได้ตื่นขึ้นมาเลย

ฮิบาริยืนนิ่งเมื่อเห็นหน้าของต้นตอเรื่องทั้งหมด ความคิดของเค้าพลันหยุดลง

...เด็กหนุ่มคนนี้น่ะหรือที่ทำให้ ซาซางาวะ เรียวเฮ กับคุซากาเบะ เข้าโรงพยาบาล รูปร่าง ท่าทางที่ดูบอบบางแบบนั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย

...เหนือสิ่งอื่นใด.....ตาคู่สวยนั้น ทำให้เค้าไม่สามารถละสายตาจากเด็กหนุ่มคนนั้นไปได้เลย

" นายคือ ฮิบาริ เคียวยะ กรรมการรักษาระเบียบของโรงเรียนนามิโมริสินะ.. "

ตึก

น้ำเสียงที่ฟังดูนุ่มนวลของเด็กคนนั้น ทำเอาเสียงหัวใจเค้าเต้นผิดจังหวะ

ไง

"เก่งเหมือนกันนี่ ที่เข้ามาถึงนี่ได้น่ะ"ท่าทางคนตรงหน้าจะไม่ได้แปลกใจกับการปรากฏตัวของเขาเลย

...รู้อยู่ก่อนแล้วยังงั้นรึ?

"หาแทบแย่แหนะ นายคือหัวโจกของเรื่องนี้รึ?" ฮิบาริยังคงวางเฉยและถามคำถามคนตรงหน้า

"หึหึหึ" ..เสียงหัวเราะลอดผ่านลำคอ " ก็คงจะประมาณนั้นล่ะมั้งครับ" เด็กหนุ่มหันมายิ้มให้ฮิบาริก่อนจะตอบคำถามด้วยท่าทางสบายอารมณ์

หมอนี่เป็นตัวก่อเรื่องจริงสินะ เอาเหอะ..ท่าทางอ่อนแอแบบนี้ เอาแค่หมอบไม่ต้องถึงกับพิการก็คงพอมั้ง ฮิบาริได้แต่คิดในใจแล้วทำท่าจะยกทอนฟาขึ้นมา

" ...แล้วก็เป็นกฎบัญญัติบทใหม่ของเมืองของพวกคุณด้วย"ประโยคต่อมาดังขึ้น ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับฮิบาริได้ไม่น้อย

"ละเมออยู่หรือไง? นามิโมริไม่จำเป็นจะต้องมีกฎถึงสองหรอก" ฮิบาริสวนกลับทันที

" คิดเหมือนกันเลยครับ" เด็กหนุ่มยังคงนั่งเท้าคางยิ้มรับท่าทางทางโมโหสุดจะทนของฮิบาริอย่างสบายใจ ฮิบาริที่จ้องมาที่เค้าแล้วก็ได้แต่คิดว่า เจ้าเด็กนี่มันจะจองหองเกินไปแล้ว หน้าตาก็ดีแท้ๆ แต่ดันพูดจาอะไรไม่รู้จักอาย...หลงตัวเองสิ้นดี

"เพราะฉะนั้นผมจะเป็นกฎเอง คุณไม่มีความจำเป็นแล้ว"

ปึด

ประโยคเมื่อครู่เพียงประโยคเดียวทำเอาเส้นความอดทนของฮิบาริขาดผึง

มันจะปากดีเกินไปแล้ว... มือของฮิบาริกำทอนฟาไว้แน่น พร้อมที่จะใช้สู้ทุกเมื่อ

" เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้หรอกนะ" ดวงตาสีฟ้าคู่สวยจ้องไปที่เด็กคนนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย "เพราะชั้นจะขยี้แกให้ตายที่นี่"

ฮิบาริตั้งแขนยกทอนฟาขึ้นพร้อมที่จะสู้ แต่กลับไม่เห็นท่าทีตกใจหรือคิดจะขยับเขยื้อนของเด็กหนุ่มคนนั้นเลยแม้แต่น้อย

"อยากจะสิ้นลมในท่านั่งหรือไง?"

"หึหึหึ พูดอะไรตลกจังนะ ..ที่ผมยังนั่งอยู่ก็เพราะว่าไม่จำเป็นอะไรที่ผมจะต้องยืนต่างหากล่ะครับ"

" ถ้างั้น..ผมก็จะไม่พูดกับนายอีกแล้ว " ฮิบาริกัดฟันกรอด ตั้งแต่เกิดมา เค้ายังไม่เคยถูกใครทำท่าทางหยามใส่เค้าขนาดนี้มาก่อน

เด็กแบบนี้ ไม่ต้องปล่อยมันไว้แล้วดีกว่ามั้ง

" เชิญตามสบายเถอะครับ" รอยยิ้มสวยยังคงถูกส่งมาให้ฮิบาริ " แต่ถ้าไม่รีบพูดซะตั้งแต่ตอนนี้ อาจจะไม่ได้พูดอีกก็ได้นะ "

..เจ้าหมอนั่นเพ้อบ้าอะไรของมัน นี่มันคิดว่ามันจะชนะได้โดยไม่ต้องทำอะไรเลยหร..

ฮิบาริชะงักไป เมื่อรู้สึกได้ว่ามือที่ถือทอนฟาทั้ง2เริ่มสั่น

ถึงจะเป็นแค่อาการมือสั่นเล็กน้อยก็เถอะ แต่เค้าก้อรู้สึกได้แล้วว่ามันไม่เหมือนปกติ

...นี่มันทำอะไรกับร่างกายเค้ากันเนี่ย

"หืม? เป็นอะไรไปล่ะ เหงื่อแตกพลั่กเชียว?" เด็กหนุ่มหันมามองที่ฮิบาริ ก่อนที่จะยิ้มถาม

" หุบปากซะ!" ฮิบาริตะโกนกับพร้อมกับเตรียมที่จะเข้าไปอัดคนที่ยังทำปากดี แต่ยังไม่ทันไร ขาทั้งสองข้างของเขาก็เริ่มเซและทำท่าเหมือนจะพยุงตัวเค้าไว้ไม่อยู่

" อ้าว ตั้งสติดีๆไว้สิครับ..ผมอยู่ทางนี้นะครับ"เค้ายังคงยิ้มให้ฮิบาริอย่างอ่อนโยน โดยที่ฝ่ายฮิบาริจ้องกลับมาด้วยท่าทางโมโหจนไม่รู้จะว่ายังไงดีแล้ว

"!" สายตาของฮิบาริไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง

รีโมทที่อยู่ในมือเด็กคนนั้นนั่นมันอะไรกัน??

เด็กหนุ่มสังเกตเห็นฮิบาริที่จ้องมาในมือของเค้า ก็หันกลับมายิ้มให้ก่อนจะพูดกับฮิบาริด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม "สั่งเข้ามาจากเมืองนอกเชียวนะเนี่ย"

ฮิบะาริตกใจ ร่างกายของเค้าโอนเอนจนแทบจะทรงตัวไม่ไหว

"หึหึหึ แพ้เจ้านี่จริงๆ ด้วยสินะ"

ฮิบารินึกถึงเหตุการณ์ในวันชมซากุระนั่น เค้ารีบเงยหน้าขึ้นไปมองด้านบน แล้วก็ต้องพบว่านั่นใช่สิ่งที่เค้าคิดไว้จริงๆ

"ซากุระ..ไงล่ะ"ทันทีที่เห็นซากุระ ราวกับว่าเรี่ยวแรงทั้งหมดของเขาถูกสูบไป สมองว่างเปล่า จนไม่สามารถนึกหาวิธีการใดๆที่จะมาใช้รับมือได้

เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่จนถึงเมื่อครู่ลุกขึ้น พร้อมกับตรงเข้ามาซัดฮิบาริจนล้มลงไป

...นี่เรา..แพ้อีกแล้วหรือเนี่ย?

.....ถึงจะถูกเล่นงานด้วยวิธีแบบนี้

..แต่ก็เพราะว่านี่คือจุดอ่อนของผม

...แต่ถึงยังไง...

..เด็กคนนั้นก็ทำให้รู้สึกแค้นจนพูดไม่ถูก

..........ทำไมต้องมาสลบเอาตอนนี้ด้วยนะ?

...อยากจะลุกขึ้น

...อยากจะมองหน้า

...อยากจะลองสู้ด้วยความสามารถ ด้วยฝีมือที่มี ที่ไม่ใช่อะไรแบบนี้

.....และที่สำคัญ...

..ผมยังไม่ได้รู้ชื่อ..เด็กหนุ่มที่มีนัยน์ตาคู่สวยคนนี้..เลย

จวบจนประโยคสุดท้ายในห้วงความคิดของฮิบาริก็ยังเต็มไปด้วยความสงสัย แม้จะถูกทำร้ายจนหมดสติไป แต่ก็ยังสงสัย...ยังอยากรู้.....เกี่ยวกับคนๆนี้

ดวงตาที่ปิดสนิทของเด็กหนุ่ม หัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบ ม.นามิโมริค่อยๆปรือขึ้นช้าๆ ภายในห้องที่ค่อนข้างมืด มีเพียงแสงสว่างลอดเข้ามาเล็กน้อย ทำให้แสงนั้นไม่ได้สร้างภาระให้กับดวงตาของเด็กหนุ่มที่ยังไม่คุ้นกับแสงมากเท่าไรนัก

"รู้สึกตัวแล้วหรือครับ?"เสียงหนึ่งดังขึ้นจากมุมห้อง เรียกให้สายตาของเด็กหนุ่มรีบเพ่งไปที่นั่น แสงเพียงเล็กน้อยทำให้ฮิบาริเห็นหน้าคนที่อยู่ที่มุมห้องนั้นไม่ชัดนัก แต่เขาก็มั่นใจ เสียงๆนั้น...เป็นเสียงของคนๆนั้นแน่ๆ

.....เสียงของคนที่มีดวงตาที่สวยงามนั้น...เด็กหนุ่มที่เป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายที่ทำให้เขาต้องมาอยู่ที่นี่.....เสียงของคนที่สามารถเอาชนะเค้าได้ แม้ว่าการต่อสู้นั้นจะไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไรนัก.....กับคนที่เอาจุดอ่อนของเค้ามาใช้...

"อ้าว? นี่ผมอุตส่าห์ถามเพราะเป็นห่วงแท้ๆ จะไม่ตอบหน่อยหรือครับ?"เสียงนั้นยังชวนให้เขาหัวเสียอยู่ไม่น้อย รอยยิ้มน่าโมโหนั้นยังประดับอยู่บนใบหน้าของคนๆนั้น

นี่ถ้าไม่ใช่เพราะว่าตอนนี้เขาเจ็บไปทั้งตัว เขาคงลุกขึ้นไปทุบหัวไอ้บ้านั่นให้แบะ เอาให้สาแก่ใจที่มาทำให้เขาต้องเสียศักดิ์ศรีอย่างงี้

แพ้ยังไงไม่แพ้ ดันมาแพ้เพราะวิธีขี้โกงพรรค์นี้

เขารู้สึกอับอายจนแทบอยากจะหายไปจากโลกนี้เลยทีเดียว!!

...แต่ถึงกระนั้น ในเวลานี้ แม้แต่แรงที่จะอ้าปากด่าไอ้บ้านี่ เขายังไม่มีเลย...

ในเมื่อความไม่พอใจนี้ไม่สามารถระบายออกมาเป็นคำพูดหรือการกระทำอะไรใดๆได้ ตอนนี้สิ่งที่จะช่วยระบายความโกรธของเขาให้ออกไปบ้างคงมีแค่...

"อ้าวๆๆ ไหงทำตาอย่างงั้นล่ะครับ? ท่าทางไม่พอใจสุดๆ นี่โกรธ...ที่ผมชนะคุณได้ถึงขนาดนั้นเลยหรือครับ?"มุคุโร่ถามขึ้น

รอยยิ้มที่ดูยั่วโมโหนั้นหายไปจากใบหน้านั้นแล้ว แต่แทนที่รอยยิ้มนั้น มันกลับกลายเป็นสีหน้าที่แสดงถึงความไม่เข้าใจที่ดูเสแสร้งจนน่าโมโหไม่แพ้รอยยิ้มเมื่อครู่นี้เลยทีเดียว

"เจ็บมากไหมครับเนี่ย?"คำถามที่แสดงความเป็นห่วงที่ดูหลอกหลวงอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาเส้นสติของฮิบาริแทบจะขาดผึงอีกรอบ

"หึๆๆ ทำไมทำหน้าอย่างงั้นล่ะครับ?"มุคุโร่ถามพลางเชยคางของฮิบาริขึ้นมา เขาเงียบไปสักพักทำให้ฮิบาริได้แต่สงสัยว่าคนๆนี้ต้องการอะไรกันแน่

"...ดวงตาของคุณ...สวย..จังเลยนะครับ"ฮิบาริถึงกับสะดุ้งกับคำพูดของคนตรงหน้า

จริงอยู่ที่เขาเองก็เคยคิดว่าดวงตาของคนนี้สวย...แต่พอมีคนมาบอกว่าคิดอย่างงี้กับเขาแล้วมันก็...

"เผี๊ยะ!"ฮิบาริรวบรวมแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตนปัดมือของมุคุโร่ออกไปแทบจะในทันที

"..."มุคุโร่เงียบไปครู่นึงก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง "ทำอะไรรุนแรงจังเลยนะครับ"

"หมับ!"มุคุโร่คว้าข้อมือของฮิบาริ ความปวดแล่นไปทั่วแขนที่บอบช้ำของฮิบาริ

"ตอนนี้คุณถือว่าเป็นรองผมอยู่...อย่าอวดดีให้มากนักจะดีกว่านะครับ"มุคุโร่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้ฮิบาริรู้สึกหวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย

"เอามือของเธอ..ออกไปให้พ้นๆซะ"ฮิบาริเค้นเสียงของตนออกมาจากลำคอ แต่นั่นกลับทำให้รอยยิ้มของมุคุโร่ฉีกกว้างขึ้น "ผมก็ไม่ได้รังเกียจคนอวดดีหรอกนะครับ..."

"...จะเรียกว่าชอบเลยก็ว่าได้...เรา..คงเข้ากันได้ดีนะครับ"มุคุเงียบไปอีกพักหนึ่งเหมือนกับว่าตนเองกำลังคิดอะไรอยู่ และทันทีที่นึกออก นั่นก็ทำให้เขาไม่สามารถหุบยิ้มของตนได้

"...ที่จริงผมก็คิดว่าจะลองหาวิธีที่จะทำให้คุณเจ็บปวดดู ลองวิธีนี้...อาจจะไม่เลวร้ายก็ได้..."สิ้นเสียงนั้นมุคุโร่ผลักฮิบาริให้ล้มลง ก่อนตนจะขึ้นคร่อมร่างบางนั้น และประกบริมฝีปากจูบอย่างรวดเร็วจนคนโดนล่วงเกินไม่ทันได้ตั้งตัว

"!!?"ฮิบาริได้แต่ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"อะ..อื้อ"ผู้ถูกกระทำพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่กลับไม่เป็นผล เมื่อรู้ว่าร่างกายของตนเองอ่อนเปลี้ยเพียงใดบวกกับที่อีกฝ่ายมีแรงมากกว่าตน การจะขัดขืนอีกฝ่ายจึงเป็นสิ่งที่เกินความสามารถของเขาในตอนนี้อยู่มาก

มุคุโร่ค่อยๆถอนริมฝีปากของตนออกมาช้าๆ และพูดขึ้น รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของเขา

"คนอย่างคุณคงเป็นคนประเภทฆ่าได้หยามไม่ได้สินะครับ...งั้นถ้าผมลองทำลายศักดิ์ศรีของคุณให้ไม่เหลือชิ้นดีเลย..มันจะเป็นยังไงกันนะครับเนี่ย?"ใบหน้าของมุคุเลื่อนเข้ามาใกล้ฮิบาริอีกครั้ง

"ยะ..อย่านะ"เสียงที่ดังลอดออกมาจากปากของฮิบาริในตอนนี้เบาเสียจนอีกฝ่ายแทบจะไม่ได้ยิน หรือไม่ก็เป็นอีกฝ่ายที่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน และยังคงไม่หยุดการกระทำของตน

"คุณพูดอะไร..ผมไม่ได้ยินเลยนะครับ"น้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนกับกำลังกลั่นแกล้งดังออกมาจากปากของคนที่อยู่ห่างจากเขาไม่กี่เซนต์ และริมฝีปากนั้นก็ประกบจูบเขาอีกรอบ

หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!.... ความคิดที่บอกให้คนตรงหน้าหยุดนั้นไม่สามารถช่วยอะไรเค้าในตอนนี้ได้เลย เพราะความคิดก็ยังคงเป็นเพียงความคิด ตราบใดที่เขายังไม่พูดออกไป...แต่ถึงพูด..ก็ใช่ว่าคนตรงหน้านี่จะยอมหยุด...

มุคุโร่ที่พึ่งจะถอนริมฝีปากของตนจากริมฝีปากบางของฮิบะ เมื่อได้เห็นสายตาที่เจ็บแค้นจ้องเสียดมาที่เค้าก็ทำเอาถึงกับนิ่งไปพักนึง

" หึๆๆ.." เสียงหัวเราะที่ฟังดูชวนขนลุกลอดผ่านลำคอของมุคุโร่ " ไม่เห็นต้องทำสีหน้าแบบนี้เลยนะครับเนี่ย"

มือของมุคุโร่เอื้อมเข้ามาใกล้ตัวของฮิบาริ

" ทำหน้าแบบนี้มันทำให้ผมไม่อยากเลิกนะครับ"กระดุมเสื้อบนเครื่องแบบนามิโมริถูกปลดไล่ลงจากคอเสื้อทีละเม็ด

" ..อ่ะ..ปล่อยนะ!!" ฮิบะพยายามส่งเสียงขู่ เค้าพยายามที่จะยกทอนฟาขึ้นเพื่อจัดการกับมุคุโร่ แต่แค่แรงจะประคองทอนฟาทั้ง2ไว้ให้มั่นเขายังไม่มีด้วยซ้ำ

เสียงขู่ที่แผดไปก็เหมือนกับเสียงลม ไม่มีทีท่าว่ามุคุโร่จะฟังมันเลย เสียงที่แผดออกมาจากเค้าที่ไม่มีแรงจะพูดอะไรก็ไม่ต่างจากเสียงครางร้องตอบสนองความต้องการ ให้คนตรงหน้านี้สนุกมากขึ้นเท่านั้น

อยากจะหนี อยากจะหนีไปให้พ้น หรือถ้าทำได้..ก็อยากจะฆ่ามันซะตรงนี้เลย!

...แต่เพราะทำไม่ได้ เลยได้แต่นิ่งอยู่อย่างนี้ ไม่ต่างจากตุ๊กตาที่ให้เด็กเล่นได้อย่างตามชอบใจ